12 วิธีช่วยรักษาสิวอักเสบ ที่คุณไม่ต้องจ่ายแพงเพื่อรักษาสิวอีกต่อไป !!!



ใครที่ชอบมีปัญหาสิวขึ้นบ่อย แถมยังเป็นสิวอักเสบ ทำวิธีไหนก็ไม่หายสักที ทั้งยังเป็นแผลเป็นอีกด้วย วันนี้ ThaiPromote มาแนะนำ 12 วิธีที่จะช่วยคุณกำจัดสิวอักเสบให้หายไป และไม่ทิ้งรอยสิวไว้อีกด้วย !!!




ภาพประกอบจาก : ValitaGravagna/pinterest.com

1. ห้ามบีบสิวอักเสบ เมื่อใดก็ตามที่สิวเกิดขึ้นบนใบหน้า สิ่งที่ควรมากที่สุดก็คือ อย่าไปประหัตประหารเอาเป็นเอาตายกับมันด้วยการบีบเค้นอย่างรุนแรง เพราะมันจะยิ่งทำให้ทุกอย่างแย่ลง อย่างแรกเลยคือต้องดูให้ออกว่าตัวเป็นสิวประเภทใด เพื่อจะได้หาทางรับมืออย่างเหมาะสมและถูกวิธี

2. ดูแลสิวอักเสบ หากสิวอักเสบที่เกิดขึ้นมีขนาดเล็กและเป็นไม่มาก คุณแค่ดูแลรักษาความสะอาดบนใบหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมเพื่อลดความมันบนใบหน้า ไม่ไปแกะ แคะ เกา หรือเอามือไปจับบ่อย ๆ จนทำให้แบคทีเรียมันตกลงไปในรูขุมขน เพียงเท่านี้ก็จะช่วยทำให้สิวไม่อักเสบและระบมเพิ่มขึ้นได้แล้ว แต่ถ้าสิวอักเสบนั้นมีขนาดใหญ่แบบที่เราเรียกกันว่า “สิวหัวช้าง” คุณก็ควรจะปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้เป็นคนจัดการ ที่สำคัญคือต้องใจเย็น อย่าพยายามบีบมันออกเอง เพราะนั่นจะเป็นสาเหตุทำให้สิวอักเสบมากขึ้น และทำให้สิวอุดตันรอบข้างอักเสบไปด้วย คราวนี้จะกลายเป็นเรื่องใหญ่แน่ ๆ เพราะจากสิวอักเสบเพียงเดียว มันก็จะกลายเป็นสิวอักเสบแผงใหญ่ ๆ ที่รวมตัวกันอยู่บนใบหน้าของเราทันที

3. หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง สิวอักเสบไม่ได้มีแค่สาเหตุหลักอย่างแบคทีเรีย P. acne เพียงอย่างเดียวที่ตกลงไปในรูขุมขนจากการสัมผัสหรือรบกวนผิวหน้าจนทำปฏิกิริยากับสิวอุดตันแล้วกลายเป็นสิวอักเสบ แต่สิวอักเสบยังเกิดได้จากมลภาวะ การล้างหน้าไม่ถูกวิธี ความเครียด นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ และฮอร์โมนในร่างกาย ดังนั้นคุณควรหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ด้วย


ภาพประกอบจาก : vita-healthy.com

4. เบนซอยเพอร์ออกไซด์ (Benzoyl peroxide – BP) เมื่อเรารู้สาเหตุหลักของการเกิดสิวอักเสบนั้นมาจากแบคทีเรีย P.acne เราก็แค่แก้ปัญหาโดยการกำจัดแบคทีเรียตัวนี้ออกไป ด้วยตัวยาบีพี (BP) เพราะตัวยาชนิดนี้สามารถฆ่าเชื้อพีแอกเน่ที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิวอักเสบได้ บีพี เป็นยาที่ได้รับอนุญาตให้ขายได้โดยไม่ต้องใช้ใบสั่งยาจากแพทย์ ในปัจจุบันมีทั้งรูปแบบทำละลายในแอลกอฮอล์และแบบที่ละลายกับน้ำ ซึ่งเป็นทางเลือกสำหรับคนที่แพ้แอลกอฮอล์ได้เป็นอย่างดี โดยยาบีพีจะมีความเข้มข้นอยู่ 3 ระดับด้วยกัน คือ 2.5%, 5% และ 10% ผู้ที่เริ่มใช้เป็นครั้งแรก ก็ให้ใช้ในระดับความเข้มข้นน้อยสุดก่อน แนะนำให้ใช้ 2.5% ก็พอ ประสิทธิภาพไม่แตกต่างกันเท่าไหร่กับความเข้มข้นที่สูงขึ้น แถมยังระคายเคืองน้อยกว่าด้วย ถ้าใช้ไม่ได้ผลจริง ๆ ค่อยปรับไปใช้ 5% และ 10% ครับ

5. เจลแต้มสิว หรือ ครีมแต้มสิว ยี่ห้ออื่น ๆ ก็สามารถนำมาใช้แต้มสิวอักเสบให้ยุบลงได้เช่นกัน เช่น Smooth-E Acne Hydrogel ที่มีส่วนผสมของ Salicylic acid 2% และ Rice bran & boswellia serrata (ภาพก่อนและหลังใช้จากเว็บไซต์ jeban.com @i3uppha) ส่วนยี่ห้ออื่น ๆ ที่ใช้ได้ผลดีก็มีอีกเยอะครับ แต่ผมจะขอแนะนำเฉพาะตัวหลัก ๆ พอ
เจลแต้มสิวครีมแต้มสิว

6. การฉีดสิวอักเสบ เป็นการฉีดโดยใช้ยาสเตียรอยด์ (Steroid) ซึ่งมีคุณสมบัติลดการอักเสบ โดยตัวยาที่นิยมนำมาใช้ในการฉีด คือ ยาไตรแอมซิโนโลน (Triamcinolone) นิยมใช้ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนหรือมีงานสำคัญ เช่น งานแต่งงาน งานรับปริญญา หรือดาราที่ต้องใช้ใบหน้าในการเข้าฉาก หรือมีสิวอักเสบเม็ดใหญ่เพียง 1-2 เม็ด แต่ไม่อยากทานยาหรือทานยาไม่ได้ เป็นต้น เพราะเมื่อฉีดแล้วสิวจะยุบตัวได้รวดเร็ว จึงช่วยลดการทานยา และลดโอกาสการเกิดแผลเป็นได้ แต่การฉีดยานั้นแพทย์จะต้องระวังในเรื่องของปริมาณยาที่ใช้ฉีด เพราะถ้าฉีดในปริมาณมากเกินไปก็อาจทำให้เกิดผลแทรกซ้อน เช่น ผิวบุ๋มหรือยุบลงไป และมีโอกาสเกิดการแพ้ยาได้ (ปกติแล้ว 2 วันสิวยุบถือว่าปลอดภัยครับ แต่ถ้าฉีดไปแล้วยุบเร็วเกินไปหรือไม่เกิน 24 ชั่วโมงก็อาจทำให้เกิดรอยบุ๋มได้ครับ) ส่วนราคาการฉีดต่อครั้งก็ไม่แพงมากครับ ประมาณ 100-200 บาท


ภาพประกอบจาก : pixabay.com

7. ยาสีฟันลดสิวอักเสบ เป็นสูตรง่าย ๆ เหมาะใช้ยามฉุกเฉิน หายาไม่ทันจริง ๆ (ถ้ามีทางเลือกอื่นที่ดีกว่าก็ขอให้เลี่ยงนะครับ) ก็ให้คุณใช้ยาสีฟันมาแต้มลงบนหัวสิว พอตื่นมาก็จะพบว่าสิวที่สุกปลั่งเมื่อคืนจะแห้งจนพอให้เราสะกิดมันออกมาได้ แต่ถ้าสะกิดออกมาแล้วอย่าลืมทายาฆ่าเชื้อ รักษาความสะอาดและเตรียมรักษารอยสิวที่กำลังจะตามมาด้วยล่ะ

8. น้ำผึ้ง หลาย ๆ คนคงเคยรักษาสิวด้วยการบดยาแอสไพรินผสมกับน้ำหรือป้ายยาสีฟันแล้วนำมาทาตรงที่เป็นสิวอักเสบ แม้วิธีนี้จะช่วยให้สิวยุบตัวลงได้ แต่มันก็ทำให้ผิวแห้งมากหรือทิ้งรอยไหม้ไว้ได้ ทางที่ดีให้คุณลองเปลี่ยนมาใช้น้ำผึ้งทาลงไปเบา ๆ ตรงที่เป็นสิวอักเสบ เพื่อช่วยลดการอักเสบและผิวแดง โดยให้ทาทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วเช็ดออกด้วยกระดาษทิชชู่เปียก แค่นี้สิวก็จะค่อย ๆ ยุบตัวลงแล้ว

9. น้ำแข็งประคบหัวสิว วิธีนี้เป็นการปฐมพยาบาลผิวเมื่อเริ่มเป็นจุดแดง ๆ และยังไม่ทันเป็นสิวอักเสบหัวหนอง ให้เราใช้น้ำแข็งมาประคบที่หัวสิวที่มีอาการบวมแดง ใช้ผ้าหรือทิชชูซับแล้วมาส์กหน้าด้วยโคลนมาส์กหน้าเย็นที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป เพียงเท่านี้เราก็สามารถลดอาการบวมแดงที่เกิดจากการอักเสบได้แล้วล่ะ


ภาพประกอบจาก : pattrastore.com

10. ผงพิเศษ+คลินดามัยซิน อีกสูตรรักษาสิวอักเสบ สูตรนี้เหมาะสำหรับสิวอักเสบที่เป็นหัวหนอง อุปกรณ์มีแค่ 2 อย่างด้วยกัน อย่างแรกคือผงพิเศษตราร่มชูชีพ และอย่างที่สองคือยาคลินดามัยซิน (จะแบบน้ำหรือแบบเจลก็ได้) วิธีการทำก็คือ หลังจากคุณล้างหน้าแล้วให้ทาคลินดามัยซิยลงบนหัวสิวอักเสบก่อน จากนั้นก็ตามด้วยผงพิเศษทิ้งไว้ทั้งคืน วิธีนี้จะช่วยทำให้สิวแห้งและยุบตัวลงได้

11. ทีทรีออย ให้คุณเลือกเอสเซนเชียลออลอย่างทีทรีออยที่เป็นน้ำมันสกัดแท้ ๆ เท่านั้น นำมาแต้มบนหัวสิวอักเสบประมาณ 2-3 วัน สิวก็จะแห้ง แม้จะได้ผลช้ากว่าวิธีอื่น แต่ก็ไม่ค่อยทิ้งรอยดำหลังจากสิวแห้งไว้ให้กวนใจครับ

12. ขมิ้น สมุนไพรรักษาสิวอักเสบ สูตรโบร่ำโบราณที่เคยเป็นที่นิยมอย่างล้นหลาม สูตรนี้เราจะใช้ขมิ้นสดหรือขมิ้นผงก็ได้ ถ้าใช้ขมิ้นผงต้องมั่นใจว่าเป็นขมิ้นแท้ 100% ไม่มีส่วนผสมอื่น ๆ วิธีการก็คือ ให้เรานำขมิ้นมาทาลงบนหัวสิวอักเสบ ถ้าใช้ขมิ้นสดก็อาจนำมาผสมกับน้ำมะนาว ขมิ้นผงให้นำมาผสมกับน้ำเปล่า สิวก็จะสุกและแห้งไปในที่สุดครับ


error: Content is protected !!