โอ๊ต ปราโมทย์เปิดใจ เลิก กิ้น ไม่เคยพูด #หมดpassion

โอ๊ต ปราโมทย์ พูดครั้งแรกปมดราม่าเลิก กิ้น หลังคบมา 11 ปี บอกไม่มีใครไม่เสียใจ ยันไม่ได้พูดว่า หมด passion เผยไม่คิดว่าการเลิกกันของตนจะเดือดร้อนคนทั้งประเทศ

ภายหลัง กิ้น ชาลิสา แฟนสาวนอกวงการของนักร้องหนุ่มสุดฮอต โอ๊ต ปราโมทย์ ที่อยู่เคียงบ่าเคียงไหล่กับ หนุ่มโอ๊ต มาเกือบทุกช่วงโมเมนต์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความว่า ตอนนี้ตนและนักร้องหนุ่มได้เลิกรากันไปแล้ว หลังคบหากันมากว่า 11 ปี แถมยังเป็นการถูกเทแบบกะทันหัน หลังฝ่ายชายบอกเหตุผลของการเลิกกันว่า หมด Passion ในตัวเธอแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีแพลนจะแต่งงานกันด้วย สัญญาว่าจบคอนเสิร์ตใหญ่แล้วจะไปสู่ขออย่างดิบดี

ล่าสุด (12 พฤศจิกายน 2561) หนุ่มโอ๊ต ก็ได้ออกมาชี้แจงว่า ความจริงแล้วตนก็ไม่ได้อยากพูดอะไร เพราะตนก็ถือเป็นผู้ชายเราต้องให้เกียรติเขา เราจะผิดจะถูกก็ตาม ซึ่งบุคลิกของตนนั้นพูดก็โดนด่า ไม่พูดก็โดนด่า อยู่เฉย ๆ ก็โดนด่า คนเลิกกันก็เสียใจมากพออยู่แล้ว ทำไมต้องโดนคนอื่นมาด่าอีก คนเลิกกันมันไม่มีไม่เสียใจ เราคบกันมากว่า 10 ปี เราผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะ เราก็ไม่อยากให้เรื่องของเราไปเดือดเนื้อร้อนใจคนอื่นอีก

สำหรับความรัก 11 ปี ที่ผ่านมา มันก็มีทั้งดีและไม่ดี เป็นเหมือนลิ้นกับฟัน เรามีปัญหากัน ทะเลาะกัน เลิกกันไปก็กลับมาดีกันบ้าง ซึ่งตนก็มองว่า ตนดูแลเขาดีในระดับหนึ่งเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้ ส่วนที่เขาบอกว่าเราหมด passion ในตัวเขานั้น ก็ต้องขอพูดตรงนี้ว่าตนไม่ใช่คนดี แต่ก็ไม่ได้ใจร้ายถึงขั้นที่เดินไปบอกผู้หญิงที่คบกันมากว่า 11 ปี ว่า เธอ เราหมด passion ในตัวเธอแล้ว เลิกกันเถอะ มันใจร้ายเกิน คือเราไม่ได้พูด แต่เราก็พูดคุยกันว่า ก่อนที่เราจะแต่งงานกัน เรามาคุยกันก่อนไหมว่า passion ที่เรามีให้กันในตอนนี้มันมีเพียงพอไหมที่จะใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน เพราะตนมองว่าคนที่จะแต่งงานกันต้องเต็มไปด้วยความรักกันทั้ง 2 คน ไม่ใช่การแต่งงานเพื่อให้เราอยู่ด้วยกัน ซึ่งตนก็ไม่ได้อยากจะไปว่าเขา เพราะเขาก็เป็นคนที่ดูแลเรามาโดยตลอด

โดย หนุ่มโอ๊ต เผยต่อว่า หลังจากที่มีข่าวก็ไม่ได้คุยกันเลย มีโทร. ไปหาน้องชายเขาว่าไม่ได้โกรธเลย และเข้าใจที่เขาทำ ฉะนั้นก็ขอโทษถ้าที่ผ่านมาเราดูแลเขาได้ไม่ดีหรือทำอะไรผิดไป ส่วนประเด็นที่เขาอยากแต่งงานแต่เหมือนตนยังไม่พร้อมนั้นตนมองว่ามันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน จึงไม่ขอพูดตรงนี้ขอให้เป็นเรื่องของคน 2 คนดีกว่า ยอมรับว่าเคยพูดว่าหลังจบคอนเสิร์ตจะขอเขาแต่งงาน ซึ่งเราคุยกันมาหลายปีแล้ว ประมาณ 5-6 ปีแล้ว แต่มันก็มีอะไรหลายอย่างที่ทำให้เราไม่พร้อม ซึ่งเราพูดไม่ได้ว่าคืออะไร ซึ่งมันก็ได้ผ่านเหตุการณ์หลาย ๆ เหตุการณ์ที่ทำให้เราต้องกลับมานั่งทบทวนว่าจะใช่เวลานี้จริง ๆ เหรอ ซึ่งมันไม่ได้มีใครมาเป็นตัวแปร แต่มันเป็นเรื่องของเรา 2 คน

ส่วนที่บอกว่าเป็นเพราะความเจ้าชู้ของตัวเองหรือเปล่าที่ทำให้รักถึงทางตันนั้น หนุ่มโอ๊ต ยืนยันว่า เหตุผลที่เลิกกันไม่ได้เป็นเพราะคนอื่นเลย อย่าเอาใครมาเกี่ยวเลย ทั้ง ๆ ที่มันไม่มีอะไรเลย กับคนที่เป็นข่าวตนรู้จักกันมาหลายปีมาก สนิทกันมาก กลายเป็นว่าทุกวันนี้เราเจอกันไม่ได้ ขาดการติดต่อไปเลย ก็ต้องโทร. ไปขอโทษเขา เพราะน้องไม่รู้เรื่องเลย พ่อแม่เขาก็โกรธที่มีคนไปด่าลูกสาวเขา ส่วนที่หลายคนมองว่า กิ้น มีปมว่าตนมีคนอื่นนั้น คือเราทะเลาะเรื่องนี้กันผ่านมานานหลายปีแล้ว ซึ่งตนก็บอกว่าตนไม่ใช่คนดี เจ้าชู้ก็ยอมรับ แต่การเลิกกันในครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับคนอื่น อย่าดึงใครเข้ามาเกี่ยว ตนก็ไม่คิดว่าคนเลิกกัน 2 คน จะเดือดร้อนทั้งประเทศ ติดแฮชแท็กด่าตนแบบสนุกปากมาก

ทุกวันนี้ตนพูดได้เลยว่ายังรักและเป็นห่วงอีกฝ่ายเสมอ ตนเสียใจมากกว่าที่คนมาคอมเมนต์ว่า พอดัง มีเงินเยอะก็ทิ้งเขาไป ซึ่ง 11 ปีที่ผ่านมา ตนดูแลเขาอย่างดีที่สุด ชีวิตตนไม่ได้ลำบาก ซึ่งตนก็มองว่าเราทำดีที่สุดแล้ว ตนทำงานทุกวันนี้ไม่ได้แคร์เรื่องตัวเงิน เลิกทำงานในวงการไปก็ไม่ได้อดตาย แต่ที่ทำเพราะอยากให้คนอื่นมีความสุข ฉะนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ก็มีเรื่องดีในเรื่องไม่ดีว่า มันช่วยคัดกรองคนที่ต่อจากนี้ไปว่าจะมีคนที่รักในตัวตนของเราจริง ๆ ไม่ได้รักแค่ฉาบฉวย

ถามว่าจะกลับไปเคลียร์กันหรือปรับจูนกันได้ไหม ตนมองว่าปัญหานี้ไม่ได้อยู่ที่ตนแล้วแต่เป็นกับที่บ้าน เพราะมีคนเอาข่าวไปบอกคุณแม่ของตนที่มีคนมารุมด่าตนเสีย ๆ หาย ๆ เพราะแค่เลิกกับแฟน เขาก็เสียใจมากที่มีคนมาด่าลูกชายเขา ตนจึงอยากขอว่าถ้าจะด่ามาด่าที่ตนอย่าลามไปถึงพ่อแม่ ครอบครัวของตน ซึ่งหลังจากเลิกกันไปแล้วตัดขาดกันไปเลยไหม คือก็อาจจะห่าง ๆ กันไปก่อน แต่จริง ๆ ตอนเลิกกันก็ไม่ได้ตัดขาด เรายังคุยกับที่บ้านเขา เพราะยังทำธุรกิจกับน้องชายเขาอยู่ กลายเป็นว่าตอนนี้ชะงักทั้งหมด เพราะมีข่าวแล้วมันเกิดการกระทบกระทั่ง ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องของครอบครัวแล้ว และเราก็ยังเป็นห่วงเขา อะไรที่เรารับผิดชอบได้เราก็จะทำ

หนุ่มโอ๊ต ยังยอมรับอีกว่า ช่วงนี้เวลาไปออกงานเวลามีน้อง ๆ ผู้หญิง นักแสดงคนในวงการบันเทิงมาเข้าใกล้ก็ได้แต่บอกว่า ช่วงนี้อย่ามาใกล้พี่มาก ตอนนี้กฐินเยอะมาก กลายเป็นว่าเราต้องระวังตัวมากขึ้นในการเข้าหา การทำงานกับคนอื่น ซึ่งเวลาเราทำงานก็ให้เกียรติทุกคนกลายเป็นว่าเราต้องระวังตัวมากขึ้น ต่อจากนี้คงไปกินข้าวกับใคร 2 คน ไม่ได้แล้ว เพราะกลัวโดนคนด่า ส่วนเรื่องหัวใจในอนาคตก็ขอโฟกัสเรื่องงานก่อน ขอฮีลตัวเองก่อนเพราะกินไม่ได้นอนไม่หลับมาหลายวัน เพราะที่ผ่านมาโดนด่ากระหน่ำมาก เราก็เสียใจ และสำหรับแฟนคลับที่ยังสนับสนุน คือทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันมีเหตุผลเสมอ มันผ่านการกรั่นกรองแล้ว จึงอยากให้ทุกคนแยกเรื่องส่วนตัวและเรื่องงาน เรามีหน้าที่สร้างความสุขให้ทุกคน ก็ขอโทษด้วยถ้าทำให้ใครผิดหวัง ส่วนสถานะตอนนี้คือโสด


error: Content is protected !!